การดูแลรถยนต์ ให้อยู่ในสภาพดี พร้อมใช้งานเสมอ ไม่ว่าจะเดินทางขึ้นเหนือล่องใต้

หากคุณมีรถยนต์คู่ใจ ที่ไม่ว่าจะเดินทางขึ้นเหนือล่องใต้ เรียกได้ว่าไปไหนไปกัน แต่ไม่ว่าจะใช้รถไปทำอะไรก็ตาม ก็ไม่ควรลืมที่จะดูแลรักษารถยนต์ของเราให้อยู่ในสภาพดี พร้อมใช้งานอยู่เสมอ เพราะการซื้อรถสักคันไม่ใช่เรื่องยาก แต่การดูแลรักษารถให้อยู่คู่กับเรา และรองรับการใช้งานได้ยาวนาน ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน วันนี้จะพาคุณมาดูถึงวิธี การดูแลรถยนต์ ให้อยู่กับเราไปนานๆ

ลมยางแรงดันต้องได้มาตรฐาน

วิธีดูแลยางนั้นสามารถทำได้ง่ายๆ โดยหมั่นเช็ก และเติมลมยางให้สม่ำเสมอ อย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง เติมลมให้พอดีอยู่ในระดับมาตรฐานที่รถต้องใช้ แค่นี้ก็ช่วยป้องกันการสึกหรอของยางได้ดี และเป็นการดูแลรักษารถยนต์ ให้คงสภาพเหมือนใหม่ นอกจากจะช่วยในเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่แล้ว ยังช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกด้วย

ตรวจเช็กของเหลวในเครื่อง

ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่อง, น้ำมันเกียร์, น้ำมันเฟืองท้าย(ถ้ามี), น้ำหล่อเย็น, น้ำมันเบรก นี่คือบรรดาของเหลวซึ่งมีความสำคัญในการทำงานของรถคุณ อย่าปล่อยผ่าน และหมั่นตรวจเช็กตามระยะที่กำหนด พร้อมเช็กรอยหยดรั่วของน้ำ และน้ำมันต่างๆ ใต้ท้องรถ ที่แม้จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย แต่ก็ควรตรวจเช็กไว้ก่อน เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต ก็จะช่วยให้คุณใช้รถได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หมดกังวลได้เลย 

กรองอากาศเครื่องยนต์

กรองอากาศ ทำหน้าที่ในการดักจับฝุ่นละออง กรองฝุ่น และสิ่งสกปรกต่างๆ ไม่ให้เข้าไปยังเครื่องยนต์ ที่เมื่อมีการสะสมในระยะยาวจะเกิดการอุดตัน และทำให้กระบอกสูบได้รับอากาศที่น้อยลง ส่งผลให้มีการเผาไหม้ในเครื่องยนต์ที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งจะส่งผลถึงการขับขี่ และการสิ้นเปลื่องน้ำมันที่จะมากขึ้น โดยใส้กรองอากาศควรมีการล้าง และทำความสะอาด หรือเปลี่ยนทุกๆ 20,000 กิโลเมตร หรือถ้าหากคุณอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นเยอะ ควรที่จะเปลี่ยนทุกๆ ระยะ 10,000 กิโลเมตร

ตรวจเช็กแบตเตอรี่เป็นประจำ

ถึงแม้แบตเตอรี่ในรถของคุณจะเป็นแบบ maintenance free หรือไม่จำเป็นต้องดูแลรักษา แต่ก็ควรตรวจสอบสภาพตัวแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอเพื่อยืดอายุการใช้งาน โดยสังเกตว่ามีขี้เกลือขึ้นแบตเตอรี่หรือไม่ หากแบตเตอรี่ไม่สะอาดมีคราบขาวๆ ซึ่งเกิดจากขั้วแบตเตอรี่หลวม ชำรุด น้ำกลั่นล้น หรือเกิดจากการขันตัวล็อกขั้วไม่แน่น รวมทั้งสายไฟเสื่อม ควรทำความสะอาดให้ใหม่อยู่ตลอดเวลาและตรวจดูว่ามีความเสียหายใดๆ หรือไม่

ตรวจเช็กหัวเทียน

อุปกรณ์อีกชิ้นที่ทำหน้าที่ในการช่วยจุดระเบิดในห้องเผาไหม้อย่างหัวเทียน เป็นชิ้นส่วนที่ใช้งานไปก็เสื่อมสภาพปล่อยผ่านไม่ได้ เพราะอาจทำให้เกิดอาการ เครื่องยนต์สะดุด ดับเบา หรือเร่งไม่ค่อยขึ้น มีอาการสั่นๆ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของเครื่องยนต์คุณควรหมั่นตรวจสอบตามระยะ หากพบว่ามีปัญหาอย่ารอช้า ให้ทำการเปลี่ยนโดยทันที

ตรวจเช็กสายพาน

ชิ้นส่วนของสายพานผ่านการใช้งานอาจเสื่อมสภาพ มีรอยแตกร้าว เสี่ยงที่จะขาดซึ่งมีผลทำให้รถไม่สามารถขับขี่ได้ในทันที ดังนั้นหมั่นตรวจสอบสภาพชิ้นส่วนนี้ ด้วยการใช้นิ้วมือกดสายพานเบาๆ ซึ่งสายพานจะต้องไม่เปื่อย ไม่แตกลายงา และควรเปลี่ยนตามอายุการใช้งานของมันด้วย ซึ่งจะมีอายุการใช้งาน 50,000 กิโลเมตร หรือประมาณ 3 ปี

เบรก หรือระบบห้ามล้อ

ไล่ไปตั้งแต่น้ำมันเบรก ผ้าเบรก หรือจานเบรก แต่ละส่วนควรอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน ผ้าเบรกหมดหรือยัง? จานเบรกต้องเจียรหรือเปล่า? และน้ำมันเบรกมีรั่วมีซึม หรือเก่าไปควรเปลี่ยนถ่ายหรือไม่ ทุกจุดล้วนมีผลต้องการขับขี่ที่ส่งผลต่อชีวิตคุณได้ในเสี้ยววินาที โดยเฉพาะผู้ที่

กระจก และที่ปัดน้ำฝน

ตอนที่ขับรถขณะฝนตก คุณจะเห็นประโยชน์ของใบปัดน้ำฝน ที่ช่วยให้ทัศนวิสัยการขับขี่ของคุณดีขึ้น เมื่อเทียบกับใบปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพ ที่ปัดยังไงก็ไม่สะอาด ส่วนนี้ถ้าเก่าก็ควรเปลี่ยน รวมไปถึงกระจกต่างๆรอบคัน ไม่ว่าจะกระจกหน้า ต้องหมั่นเช็กให้ใสอยู่เสมอ และถ้ามีรอยร้าวจากสะเก็ดหิน ก็ควรรีบซ่อมก่อนลามเป็นแผลใหญ่ ซึ่งอันตรายมากในการใช้งาน หรือกระจกหลัง ที่ควรสะอาด และใสอยู่เสมอ เพื่อสอดส่งรถที่อาจะแซ่งมาจากด้านข้าง หรือการถอยหลัง เพื่อจอดรถ

เปลี่ยนกรองแอร์อย่างสม่ำเสมอ

การดูแลรถ หลายคนมักจะสงสัยว่า ทำไมถึงควรเปลี่ยน กรองอากาศเครื่องปรับอากาศ หรือที่เรียกกันว่า “กรองแอร์” ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่าท่ามกลางสภาพอากาศในปัจจุบัน ที่มากไปด้วยฝุ่นละออง และมลภาวะทางอากาศ ที่กรองแอร์จะเข้ามาช่วยให้ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารได้รับคุณภาพอากาศภายในรถที่ดี อากาศสะอาด และเป็นมิตรต่อสุขภาพ โดยแนะนำให้มีการเปลี่ยนเป็นประจำในตอนที่คุณพารถยนต์ไปถ่ายน้ำมันเครื่องทุกครั้ง

จอดรถในร่ม

พยายามหาที่จอดรถในร่ม เพื่อรักษาสีของตัวรถ และปกป้องห้องโดยสารจากแสงแดด ที่แผดเผาของบ้านเรา ถ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ อาจใช้แผงกันแดดปิดบังคอนโซลไว้ เพื่อป้องกันความเสียหายของวัสดุพลาสติกและสี

ล้างรถเป็นประจำ

การล้างรถช่วยให้ตัวรถดูสะอาดน่าใช้ พร้อมกับชำระล้างสิ่งสกปรกที่อาจมีฤทธิ์กัดกร่อน และฝังอยู่ในร่องหลืบ ที่เรามองไม่เห็น ควรทำความสะอาดภายในห้องโดยสารให้สะอาดเอี่ยมด้วยเช่นกัน พรมปูพื้นควรนำออกมาล้าง และตากแดดเป็นครั้งคราว เพื่อไม่ให้เกิดสิ่งหมักหมม และเป็นอันตรายต่อทางเดินหายใจ

เคลือบสีรถยนต์

เป็นอีกวิธีที่ใช้ ในการดูแลรถยนต์คู่ใจให้เหมือนใหม่ โดยการแว็กซ์สีรถยนต์ หรือเคลือบสีรถยนต์ อย่างน้อยปีละ 2ครั้ง เพราะจะช่วยให้รถเงางาม สะอาด เหมือนถอยป้ายแดงออกมาใหม่ก็ว่าได้ รวมถึงยังทำให้สีรถไม่หม่นหมอง และยังช่วยป้องกันรอยขีดข่วนอีกด้วย

จากขั้นตอน การดูแลรถยนต์ ต่างๆ ที่ได้แนะนำไปเป็นเพียง การดูแลรักษาเบื้องต้นที่จะทำให้ รถสุดที่รักของเรา จะอยู่คู่กับเรา ไปอีกยาวนาน แม้เราจะเดินทางใกล้ หรือไกล เราก็จะมั่นใจไปได้ตลอดทาง กับรถของเรา


พบกับบทความ และความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ ทั้งในไทย และต่างประเทศได้ที่ www.auto2world.com