Archives April 2022

NEW MAZDA CX-5 เพิ่มออปชั่นปรับเหลือ 4 ตัวเลือกรุ่น S

NEW MAZDA CX-5 เพิ่มออปชั่นปรับเหลือ 4 ตัวเลือกรุ่น S

NEW MAZDA CX-5 รถยนต์อเนกประสงค์ยอดนิยม ได้เพิ่มออปชั่นครบตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น และลดรุ่นย่อยลงเหลือ 4 ตัวเลือก พร้อมปรับราคาต่ำลง บางรุ่นถูกลง 90,000 บาท แต่คงแนวคิดใหม่ “พลังความสุข ที่เร้าใจทุกเส้นทาง” ประกาศชัดพร้อมผงาดขึ้นเป็นผู้นำตลาดรถอเนกประสงค์เอสยูวี ด้วยเทคโนโลยีที่ใส่มาให้จนล้นคัน ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ผนวกกับดีไซน์ที่เรียบหรู และสง่างาม ทุกมุมมอง ส่งมอบพลังแห่งความสุขที่เร้าใจ ไปทุกเส้นทาง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ วิถีชีวิต กับครอบครัว มีให้เลือกถึง 3 เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 คุ้มค่ามากที่สุด เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 เทอร์โบ ทรงพลังแรงมากที่สุด และเครื่องยนต์คลีนดีเซล 2.2 แรงและประหยัดน้ำมันมากที่สุด

รายละเอียด NEW MAZDA CX-5

เทคโนโลยี

สะดวกสบายทุกการเชื่อมต่อ กับการสื่อสารแบบไร้ขีดจำกัดผ่านระบบ Mazda Connect ที่มาพร้อม Apple CarPlay® และระบบ Android Auto™ ด้วยหน้าจอสี Center Display แบบทัชสกรีน ขนาด 8 นิ้ว ควบคุมด้วย Center Commander ปุ่มควบคุมอัจฉริยะที่หรูหรา และจัดวางในตำแหน่ง ที่ใช้งานสะดวกมากยิ่งขึ้น หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบสี บนกระจกหน้า (Windshield Active Driving Display) ช่วยให้ผู้ขับไม่ต้องละสายตาจากถนน เพิ่มความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น 

มาพร้อมกับระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง GVC Plus ในทุกรุ่นย่อย

ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีภายใต้ SKYACTIV-Vehicle Dynamics ที่ผสาน และควบคุมการทำงานของรถทั้งคัน ให้ทำงานประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้พัฒนาต่อยอดจากระบบ GVC เพื่อให้สามารถควบคุม การขับขี่ได้อย่างแม่นยำ และสมดุลมากยิ่งขึ้น ทั้งในขณะเข้าโค้ง ขณะอยู่ในโค้ง หรือขณะออกจากโค้ง หรือแม้กระทั่งสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็ตาม ช่วยให้ผู้ขับขี่ กับรถเป็นหนึ่งเดียวกัน ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และมอบความสะดวกสบายให้ผู้โดยสารไปตลอดการเดินทาง

ภายใน

การตกแต่งภายใน ที่ยังความหรูหรา มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ใส่ใจในทุกรายละเอียด เสมือนงานทำมือ ให้ผิวสัมผัสที่ประณีต

โดยการคัดสรร วัสดุเกรดพรีเมี่ยมในการใช้งาน กับทุกจุดสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นเบาะหนังสีดำ ที่ตกแต่งด้วยด้ายสีน้ำตาล โดยใช้วัสดุตกแต่งแบบ Real Wood และสีเงินซาตินโครม หรือเบาะหนัง Nappa* สีแดง Deep Red ที่ตกแต่งด้วยด้ายสีน้ำตาลเข้ม

ซึ่งในรุ่น 2.5 Turbo SP ได้เพิ่มความหรูหรา และสะท้อนไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง ของผู้ขับขี่ได้อย่างดีเยี่ยม

เครื่องยนต์

2.0 S และ 2.0 SP กับขุมกำลังเครื่องยนต์เบนซินSKYACTIV-G2.0มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดSKYACTIV-Driveที่ได้รับการพัฒนาให้สามารถตอบสนองต่ออัตราเร่งได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งให้พละกำลังสูงสุด165แรงม้า กับแรงบิดสูงสุด 210 นิวตัน-เมตร

พร้อมระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบอิเล็กทรอนิก ไดเร็คอินเจ็คชั่น ที่รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E85 ทำให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงสูงถึง 13.9 กิโลเมตร/ลิตร และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

2.2 XDL กับขุมกำลังเครื่องยนต์คลีนดีเซล SKYACTIV-D2.2 มาพร้อมระบบเทอร์โบแปรผัน 2 ขั้น ที่สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำยิ่งกว่าเดิมในทุกรอบความเร็ว ทั้งแรง และประหยัด ให้กำลังถึง 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร รวมถึงระบบวาล์วไอเสียแปรผันอัจฉริยะ VVT สามารถประหยัดน้ำมันได้ถึง 16.1 กิโลเมตร/ลิตร และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

2.5T SP กับเครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G2.5 เทอร์โบ ให้กำลังสูงถึง 231 แรงม้า กับแรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตร พร้อมระบบเทอร์โบ แบบ Dynamic Pressure ระบบวาล์วแปรผันคู่อัจฉริยะ Dual S-VT ให้การตอบสนองที่รวดเร็วและแม่นยำ เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Skyactiv-Drive ที่มอบความสนุกในการขับขี่ได้อย่างแท้จริง


พบกับบทความ และความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ ทั้งในไทย และต่างประเทศได้ที่ www.auto2world.com

MG Marvel R รถเอสยูวีไฟฟ้า ที่วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 402 กิโลเมตร

Marvel R รถยนต์ไฟฟ้าจากค่าย MG เป็นรถเอสยูวีไฟฟ้า C-segment ขนาดใหญ่ และหรูหราที่สุดของเเบรนด์ ได้วางขายในบางประเทศ ในโซนยุโรป แต่ไม่มีประเทศอังกฤษ มีทั้งหมด 3 รุ่นให้เลือก ประกอบด้วย Comfort, Luxury และ Performance

รายละเอียด MG Marvel R

สมรรถนะ

รุ่น Comfort และ Luxury ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 2 ตัวสำหรับขับเคลื่อนล้อคู่หลัง ให้กำลังสูงสุด 180 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 410 nm สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลา 7.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 70 kWh สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทาง 402 กิโลเมตร

รุ่น Performance เพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับขับเคลื่อนล้อคู่หน้าอีก 1 ตัว ให้กำลังสูงสุด 288 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 665 nm สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลา 4.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้เท่ากันอยู่ที่ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 70 kWh สามารถขับขี่ได้เป็นระยะทาง 370 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP รองรับระบบควิกชาร์จ 5-80% ในเวลา 43 นาที และ 30-80% ในเวลาครึ่งชั่วโมง

เทคโนโลยี

เอ็มจี กล่าวว่า the Marvel R มาพร้อมพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานครบครัน รวมถึงระบบเชื่อมต่อ MG iSMART หน้าจอดิจิตอลแสดงข้อมูลขับขี่ขนาด 12.3 นิ้ว หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 19.4 นิ้ว ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ ระบบความปลอดภัย MG Pilot ไฟหน้าและไฟท้าย LED ล้ออัลลอย 18 นิ้ว เซ็นเซอร์จอดรถ USB 4 ตำแหน่ง กุญแจรีโมท ฯลฯ ทุกรุ่นยังติดตั้งระบบ V2L (Vehicle-to-Load) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ที่สามารถใช้แบทเตอรีลิเธียม-ไอออนของตัวรถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่อุปกรณ์ไฟฟ้าได้

ราคา

เริ่มต้นที่ €39,990 หรือราวๆ 1,562,325 บาท ส่วนรุ่นท็อปสุดราคา €47,990 หรือราวๆ 1,874,790 บาท

พบกับบทความ และความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ ทั้งในไทย และต่างประเทศได้ที่ www.auto2world.com

Kia Forte 2022 ปรับดีไซน์ใหม่ สำหรับตลาดอเมริกาเหนือ

Kia Forte 2022

รถซีดานขนาดกะทัดรัดจากค่าย Kia ที่รู้จักกันในชื่อ Forte, Cerato หรือ K3 ในตลาดต่างๆ ทั่วโลก นับเป็นเจเนอเรชันที่ 3 หลังจากทำตลาดในปี 2018 ได้กลับมาอีกครั้ง หลังจากการปรับโฉมล่าสุดของ Kia Forte 2022 รุ่นปรับโฉมใหม่ สำหรับตลาดอเมริกาเหนือ โดยมีให้เลือก 4 รุ่นย่อย ได้แก่ FELXSGT-Line และ GT

พร้อมแพ็คเกจเทคโนโลยีเสริม (LXSGT-LineGT) และ Sport Premium (GT-Line)

รายละเอียด Kia Forte 2022

ภายนอก

ดีไซน์ด้านหน้าของ Kia Forte GT 2022 ที่มาพร้อมกับไฟหน้า LED แบบเรียวยาว กระจังหน้าดูบางลง กันชนหน้าพร้อมช่องดักอากาศดุดันยิ่งขึ้น และติดไฟ LED เพิ่มเติม ด้านท้ายติดตั้งกันชน พร้อมไฟ LED ใหม่ สำหรับรุ่น GT และ GT-Line ตราสัญลักษณ์ KIA ที่ปรับปรุงใหม่ สปอยเลอร์ขนาดเล็ก ที่ฝากระโปรงหลัง เช่นเดียวกับ Kia K3 ในตลาดเกาหลีใต้

นอกจากนี้ยังมาพร้อมล้ออัลลอยด์ใหม่ ขนาด 16 นิ้ว และ 17 นิ้ว สำหรับรุ่น LX และ GT-Line

ภายใน

ห้องโดยสาร จะติดตั้งหน้าจอกลางระบบสัมผัส ขนาด 10.25 นิ้ว สำหรับรุ่น GT และ GT-Line ส่วนรุ่น FE และ LXS จะติดตั้งหน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย

แผงหน้าปัดขนาด 4.2 นิ้ว เป็นมาตรฐาน นั้นหมายความว่า ในตลาดอเมริกาเหนือ ไม่มีรุ่นที่รองรับ แผงหน้าปัดดิจิตอลขนาด 10.25 นิ้ว แบบในตลาดเกาหลีใต้

เทคโนโลยี

ได้แก่ เบรกมือไฟฟ้า พอร์ตชาร์จ USB ด้านหลัง ระบบ Smart Key ระบบความปลอดภัย ADAS มาตรฐาน 6 ระบบ พร้อมระบบช่วยเหลือ 15 ระบบ รวมถึงระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบนำทางอัจฉริยะ และคำเตือนทางออกปลอดภัย

เครื่องยนต์

รุ่น FELXS และ GT-Line จะติดตั้งเครื่องยนต์ MPI ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ ให้กำลังสูงสุด 149 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 178 นิวตัน-เมตร

รุ่น GT จะติดตั้งเครื่องยนต์ GDI ขนาด 1.6 ลิตร เทอร์โบ 4 สูบ ให้กำลังสูงสุด 203 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 264 นิวตัน-เมตร


พบกับบทความ และความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ ทั้งในไทย และต่างประเทศได้ที่ www.auto2world.com