Archives May 2022

Nissan Sylphy E-Power กับอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ที่ 25.6 กิโลเมตร/ลิตร

Nissan Sylphy e-POWER ซึ่งมาพร้อมขุมพลัง e-POWER แบบ generation ที่ 2 แรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร และ มีรูปแบบการขับขี่ให้เลือก 5 รูปแบบ โดยมีเครื่องยนต์เบนซินไว้ชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ ขับเคลื่อนล้อคู่หน้า ส่วนอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ย ตามมาตรฐานของประเทศจีนอยู่ที่ 25.6 กิโลเมตร/ลิตร พร้อมให้อัตราเร่งที่ฉับไว, ลดความเร็วอย่างนุ่มนวล และห้องโดยสารเงียบ ตามสไตล์รถยนต์ไฟฟ้า EV

รายละเอียด Nissan Sylphy E-Power

สิ่งที่ต่างจาก Sylphy รุ่นปกติ

  • เปลี่ยนโลโก้ Nissan เป็นแบบใหม่
  • ปรับรายละเอียดดกระจังหน้าใหมม่ ทั้งขอบตัว V แบบ 2 ชั้นและลายข้างในใหม่
  • (รุ่นปกติเป็นลายตาข่าย ขอบตัว V เป็นแบบชุดเดียว)
  • หลังคาและกระจกมองข้างตกแต่งด้วยกรอบสีดำ
  • ไฟท้ายใหม่เป็นแบบ LED พร้อมเส้น Light Guiding
  • ปรับจอชุดเครื่องเสียงให้ใหญ่ขึ้น
  • ปรับกรอบช่องแอร์จากวงกลมเป็นทรงนอน
  • เพิ่มแผงการตกแต่งลายไม้บริเวณคอนโซลหน้า
  • หน้าจอแสดงผลการขับขี่ MID ปรับให้เข้ากับรุ่น Hybrid
  • เปลี่ยนคันเกียร์อัตโนมัติเป็นแบบไฟฟ้ารูปทรงใหม่ (แบบเดียวกับ Note)

ภายใน

ห้องโดยสาร มาในแบบสีทูโทน โครงสร้างยังคงเหมือนกับในแบบรุ่นเครื่องยนต์สันดาป Altima และ Versa

(หรือ Almera ในประเทศไทย) พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มด้วยหนังสีดำ มาตรวัดเรืองแสงกับจอ MID สีขนาดใหญ่ 7 นิ้ว หน้าจออินโฟเทนเมนต์ปรับเปลี่ยนใหม่จากเดิมที่ปุ่มหมุนอยู่ด้านล่างเปลี่ยนเป็นแบบสัมผัสทั้งหมด ขนาด 12.3 นิ้ว รูปทรงแนวนอน ช่องแอร์จากเดิมที่เป็นทรงกลมเป็นแบบสีเหลี่ยมเรียวยาว เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุกึ่งหนังแท้ลวยลายเพชร พร้อมกับในส่วนคันเกียร์ ที่ปรับใหม่ให้มีขนาดเล็กจับกระชับมือ ที่เก็บของด้านท้ายเมื่อปรับพับเบาะหลังจะมีพื้นที่เก็บสัมภาระได้มากถึง 560 ลิตร 

ภายนอก

ไฟหน้า LED ทรงบูมเมอแรงเสริมด้วยกรอบไฟตัดหมอกหน้าทรงเหลี่ยม

ที่เป็นเอกลักษณ์ ส่วนด้านข้างยังใช้เส้นสายปราดเปรียว รวมถึงแนวกระจกที่เหลี่ยมสัน พร้อมเส้นสีดำที่ลาก

ไปยังกระจกหลัง (Floating Roof) และเส้นสายที่มีความพริ้วไหว แต่เฉียบคมตามสไตล์ Nissan ยุคปัจจุบัน

ส่วนด้านท้ายปรับแนวทางการออกแบบใหม่หมดจด ไม่ว่าจะเป็นฝากระโปรงหลังเป็นแบบ 2 ชั้น ช่องใส่ป้ายทะเบียนมีความกว้าง และลึกพอสมควร กันชนหลังมีเส้นสายที่ลากจากไฟท้าย พร้อมเสริมแถบสีดำเพื่อความสวยงาม กับล้ออัลลอยลาย 5 ก้านคู่ ขนาด 17 นิ้ว

เครื่องยนต์ และสมรรถนะ

ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน HR12 ให้กำลัง 72 แรงม้า ที่ทำหน้าที่ในการปั่นกระแสไฟ ไปเก็บที่แบตเตอรี่ และมีมอเตอร์ไฟฟ้ารุ่น EM 57 พ่วงเข้ากับชุดแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ขนาด 1.57kWh จำนวน 4 โมดูล ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า มาพร้อมกับแรงบิดที่มากถึง 300 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์เกียร์อัตโนมัติแบบ Single Speed Gear Reduction ขณะที่อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงทาง Nissan เคลมไว้อยู่ที่ 3.9 ลิตร/100 กม. หรือเทียบเป็นประมาณ 25.64 กม./ลิตร 


พบกับบทความ และความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ ทั้งในไทย และต่างประเทศได้ที่ www.auto2world.com

KIA Carnival MY2022 เพิ่มออพชั่นในราคาเดิม โดดเด่นด้วยดีไซน์ไฟหน้า LED

KIA Carnival MY2022 มีการปรับปรุงภายนอกเริ่มที่ โลโก้ KIA ใหม่ แต่ยังคงเดิมทุกประการตั้งแต่กระจังหน้าทรงนิยม สไตล์ Tiger Nose ที่ทันสมัยโฉบเฉี่ยวรับกับไฟหน้า LED โคมใหม่ พร้อมไฟ LED Daytime ดีไซน์เก๋ใต้ไฟหน้ารับกับกันชนหน้าใหม่เสริมไฟตัดหมมอกหน้า LED เพิ่มความหรูไปอีกระดับ ด้านข้างเส้นสายเหลี่ยม ผสมกับความมนของตัวรถ เสา A ที่หนาขึ้น ช่วยให้ตัวรถดูน่าเกรงขามขึ้น พร้อมล้ออัลลอยแบบ Machine Finished ขนาด 18 นิ้วพร้อมยาง 235/60R18 ไฟท้าย LED แนวยาวรับดีไซน์ฝาท้ายที่ดูสง่าลงตัวกับไฟตัดหมอกหลัง

รายละเอียด KIA Carnival MY2022

สิ่งที่ต่างจากรุ่นเดิม

  • เปลี่ยนโลโก้เป็น Kia เวอร์ชั่นใหม่
  • เพิ่มที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติในรุ่น EX และ SXL
  • รุ่น EX
  • เพิ่มที่ชาร์จไร้สาย (รุ่น SXL มีอยู่แล้ว)
  • รุ่น SXL
  • เปลี่ยนมาตรวัดเป็นแบบจอแสดงผล Digital Supervision ขนาด 12.3 นิ้ว
  • เพิ่มจอแสดงผลมุมอับบริเวณมาตรวัด (คล้ายกับ Lanewatch ของ Honda)
  • เพิ่มรุ่นย่อย Limited โดยตัดอุปกรณ์จากรุ่น SXL ดังนี้
  • ไม่มีที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
  • ไม่มีที่ชาร์จไร้สาย
  • จอแสดงผลเครื่องเสียงขนาด 8 นิ้ว (รุ่นอื่นๆขนาด 12.3 นิ้ว)
  • ไม่มีกล้องมองภาพรอบทิศทาง

Engine เครื่องยนต์

เครื่องยนต์ดีเซล Smart Stream CRDi แบบ 4 สูบ แถวเรียง ขนาด 2.2 ลิตร 2,151 ซีซี. พ่วงเทอร์โบ VGT กระบอกสูบ x ช่วงชัก : 83.0 x 99.4 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 16.0 : 1 กำลังสูงสุด 202 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 441 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,750 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อม Manual Mode + – ขับเคลื่อนล้อหน้า มาตรฐานไอเสีย EURO5 รองรับน้ำมันสูงสุด ดีเซล B7

ภายนอก

ล้อแม็ก (18″) พร้อมยางหน้า-หลัง (235/60R18)

ประตูระบบไฟฟ้า (ประตูข้างสไลด์, ประตูหลังเปิด-ปิดอัตโมัติ)

ประตูเลื่อนซ้าย-ขวา

กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว

ไฟตัดหมอก (LED)

เสาอากาศ (แบบครีบฉลาม)

อุปกรณ์ภายนอกอื่นๆ (ไฟส่องสว่าง Pocket Light ที่มือเปิดประตูหน้าด้านนอก)

ไฟหน้า LED (Multi Focus Reflector Type)

ไฟท้าย LED

ไฟ Daytime Running Lights

ภายใน

จอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว รองรับระบบนำทาง รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto

ม่านบังแดดประตูสไลด์ซ้าย-ขวา และ ม่านบังแดดหน้าต่างบานที่ 3 ซ้าย-ขวา

กระจกมองหลัง แบบปรับลดแสงอัตโนมัติ

หน้าจอเรือนไมล์ Digital Supervision Cluster ขนาด 12.3 นิ้ว

ลำโพง BOSE Surround Sound 12 ตำแหน่ง


พบกับบทความ และความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ ทั้งในไทย และต่างประเทศได้ที่ www.auto2world.com

Honda Accord TURBO กับเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ

Honda Accord TURBO กับวิวัฒนาการของโลกยานยนต์ในปัจจุบัน ที่กำลังห้ำหั่นกันด้วยเรื่องของสมรรถนะ และเทคโนโลยีความปลอดภัย ซึ่ง Honda เองก็ถือเป็นหนึ่งในผู้นำเทรนด์กระแสโลก อย่างที่เราได้สัมผัสกันมาแล้วกับเทคโนโลยี Downsizing ที่ลดขนาดความจุของเครื่องยนต์ลง แต่กลับมีสมรรถนะที่เพิ่มขึ้น นอกเหนือไปจากความแรง และความปลอดภัยที่รวมกันเป็นหนึ่งแล้ว Honda Accord 2021 ยังได้รับการยกระดับภาพลักษณ์ใหม่ให้หรูหรา และเหนือชั้นมากยิ่งขึ้น ด้วยไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED พร้อมด้วยท่อไอเสียคู่ พร้อมปลอกท่อไอเสียสเตนเลส ที่เข้ามาช่วยเสริมภาพลักษณ์แบบสปอร์ตพรีเมียมมากยิ่งขึ้น

รายละเอียด Honda Accord TURBO

เครื่องยนต์

ขุมพลังเครื่องยนต์เทอร์โบ กับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Di VTEC TURBO ที่ได้รับการออกแบบ และพัฒนาประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น ตอบสนองอัตราเร่งได้ดั่งใจด้วยแรงบิด 243 นิวตัน-เมตร จากเทคโนโลยี Direct Injection จ่ายเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง และ Turbocharger ช่วยอัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ ของเครื่องยนต์ได้มากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ได้ดียิ่งกว่าเดิม มอบสมรรถนะการขับขี่ด้วยกำลังสูงถึง 190 แรงม้า และให้อัตราประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมที่ 16.4 กม./ลิตร อีกทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เทคโนโลยี

จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ที่ผสานการทำงานของเรดาห์กับกล้องด้านหน้าในการตรวจจับสภาวะแวดล้อมบนท้องถนน ช่วยแจ้งเตือนและช่วยควบคุมรถในสถานการณ์การขับขี่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อความปลอดภัยของ ตัวผู้ขับขี่ และเพื่อนร่วมทางบนท้องถนนอย่างแท้จริง

ระบบเตือนการชน พร้อมระบบช่วยเบรก CMBS (Collision Mitigation Braking System)

ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ LKAS (Lane Keeping Assist System)

ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ RDM with LDW (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning)

ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ AHB (Auto High–Beam)

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ ACC with LSF (Adaptive Cruise Control with Low–Speed Follow)

ภายใน

ผสานดีไซน์ความหรูหรา กว้างขวาง โปร่งโล่ง และประณีตไว้ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็น

  • ชุดแต่งลายไม้รอบคัน พร้อมเบาะสีน้ำตาลสุดพรีเมียม
  • เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลัง 4 ทิศทาง
  • ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ พร้อมเลื่อนอัตโนมัติเวลาขึ้น-ลงรถ
  • เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหลังสามารถพับได้ มาพร้อมพนักเท้าแขนด้านหลังแบบเปิดผ่านห้องสัมภาระท้าย
  • จอแสดงข้อมูล TFT 7”
  • หน้าจออินโฟเทนเมนท์ 8” Advance Touch รองรับ Apple Carplay และสั่งการด้วยเสียง Siri

พบกับบทความ และความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ ทั้งในไทย และต่างประเทศได้ที่ www.auto2world.com

Honda Passport TrailSport 2022 เอาใจสายลุย กับรุ่นพิเศษที่ตกแต่งจากโรงงาน

รถ SUV รุ่นตกแต่งพิเศษ Honda Passport TrailSport 2022 ที่ได้รับการออกแบบใหม่ให้ดูดุดันมากยิ่งขึ้น แต่เพียบพร้อมไปด้วยความทันสมัย โดดเด่นตั้งแต่กระจังหน้าขนาดใหญ่ พร้อมด้วยโลโก้ ชื่อรุ่น TrailSport สำหรับรุ่นใหม่เท่านั้น รับกับไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟ Daytime Running Light ด้านหน้ากันชนมาพร้อมหูลากสีส้ม คิ้วบังโคลนสีดำ รับกับล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว สำหรับรุ่น TrailSport และขนาด 20 นิ้ว สำหรับรุ่น Elite และ EX-L

รายละเอียด Honda Passport TrailSport 2022

การขับขี่

ช่วงล่างได้รับการปรับแต่งใหม่ ให้มีความสูงมากขึ้น โดยด้านหน้าสูงเพิ่มขึ้น 1.5 นิ้ว ส่วนด้านหลังสูงขึ้นจากรุ่นมาตรฐานอีก 3 นิ้ว ด้วยชุดยกของ Jsport พร้อมขยายฐานล้อหน้า และหลังใหม่ ที่กว้างขึ้น 10 มม. และติดตั้งยาง All-Terrain ของ Firestone Destination ที่ขนาด 245/60R18 เพื่อการขับขี่ในเส้นทาง Off-Road ที่ดียิ่งขึ้น เสริมเกร่งใต้ท้องด้วยแผ่นกันกระแทกใต้ท้อง 

ภายใน

การออกแบบภายใน เน้นความสะดวกสบายเรียบง่าย ดูสปอร์ต สิ่งอำนวยความสะดวก ครบครัน ด้านระบบความบันเทิงติดตั้งหน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 8 นิ้ว เป็นมาตรฐานในทุกรุ่น ลำโพงระดับเสียงคุณภาพ รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน เบาะที่นั่งพิเศษในรุ่น TrailSport จะมีการปักชื่อรุ่น อยู่ที่ตำแหน่ง หมอนรองศีรษะด้วยตะเข็บด้ายสีส้ม เพื่อบอกถึงรุ่นพิเศษ

ภายนอก

ส่วนดีไซน์ภายนอก ได้รับการตกแต่งใหม่รอบคัน เริ่มจากชุดกันชนหน้า พร้อมการ์ดกันกระแทกใต้ท้อง กระจังหน้าสีดำแบบสปอร์ต คิ้วโป่งล้อสีดำ กระจกมองข้างสีดำ ล้ออัลลอยลายสปอร์ตสีดำขนาด 18″ ราวแร็คหลังคา สปอยเลอร์ท้ายรถ และชุดติดตั้งยางอะไหล่ที่ฝาประตูท้าย พร้อมด้วยกันชนท้าย และการ์ดกันกระแทกใต้ท้องด้านท้าย ที่ออกแบบให้มีท่อนต่อลากจูงแบบ Tow Bar เอาไว้ให้

เครื่องยนต์

ขุมพลังของ Honda Passport TrailSport มาพร้อมเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 280 แรงม้า แรงบิด 355 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ i-VTM 4 เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

ส่วนราคาจำหน่ายยังไม่มีการเปิดเผยออกมา 


พบกับบทความ และความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ ทั้งในไทย และต่างประเทศได้ที่ www.auto2world.com