Blog

Kia Forte 2022 ปรับดีไซน์ใหม่ สำหรับตลาดอเมริกาเหนือ

Kia Forte 2022

รถซีดานขนาดกะทัดรัดจากค่าย Kia ที่รู้จักกันในชื่อ Forte, Cerato หรือ K3 ในตลาดต่างๆ ทั่วโลก นับเป็นเจเนอเรชันที่ 3 หลังจากทำตลาดในปี 2018 ได้กลับมาอีกครั้ง หลังจากการปรับโฉมล่าสุดของ Kia Forte 2022 รุ่นปรับโฉมใหม่ สำหรับตลาดอเมริกาเหนือ โดยมีให้เลือก 4 รุ่นย่อย ได้แก่ FELXSGT-Line และ GT

พร้อมแพ็คเกจเทคโนโลยีเสริม (LXSGT-LineGT) และ Sport Premium (GT-Line)

รายละเอียด Kia Forte 2022

ภายนอก

ดีไซน์ด้านหน้าของ Kia Forte GT 2022 ที่มาพร้อมกับไฟหน้า LED แบบเรียวยาว กระจังหน้าดูบางลง กันชนหน้าพร้อมช่องดักอากาศดุดันยิ่งขึ้น และติดไฟ LED เพิ่มเติม ด้านท้ายติดตั้งกันชน พร้อมไฟ LED ใหม่ สำหรับรุ่น GT และ GT-Line ตราสัญลักษณ์ KIA ที่ปรับปรุงใหม่ สปอยเลอร์ขนาดเล็ก ที่ฝากระโปรงหลัง เช่นเดียวกับ Kia K3 ในตลาดเกาหลีใต้

นอกจากนี้ยังมาพร้อมล้ออัลลอยด์ใหม่ ขนาด 16 นิ้ว และ 17 นิ้ว สำหรับรุ่น LX และ GT-Line

ภายใน

ห้องโดยสาร จะติดตั้งหน้าจอกลางระบบสัมผัส ขนาด 10.25 นิ้ว สำหรับรุ่น GT และ GT-Line ส่วนรุ่น FE และ LXS จะติดตั้งหน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย

แผงหน้าปัดขนาด 4.2 นิ้ว เป็นมาตรฐาน นั้นหมายความว่า ในตลาดอเมริกาเหนือ ไม่มีรุ่นที่รองรับ แผงหน้าปัดดิจิตอลขนาด 10.25 นิ้ว แบบในตลาดเกาหลีใต้

เทคโนโลยี

ได้แก่ เบรกมือไฟฟ้า พอร์ตชาร์จ USB ด้านหลัง ระบบ Smart Key ระบบความปลอดภัย ADAS มาตรฐาน 6 ระบบ พร้อมระบบช่วยเหลือ 15 ระบบ รวมถึงระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ระบบนำทางอัจฉริยะ และคำเตือนทางออกปลอดภัย

เครื่องยนต์

รุ่น FELXS และ GT-Line จะติดตั้งเครื่องยนต์ MPI ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ ให้กำลังสูงสุด 149 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 178 นิวตัน-เมตร

รุ่น GT จะติดตั้งเครื่องยนต์ GDI ขนาด 1.6 ลิตร เทอร์โบ 4 สูบ ให้กำลังสูงสุด 203 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 264 นิวตัน-เมตร


พบกับบทความ และความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ ทั้งในไทย และต่างประเทศได้ที่ www.auto2world.com

Taycan Cross Turismo 2021 สปอร์ตพลังงานไฟฟ้าคันแรกของแบรนด์ Porsche

ไทคานน์ ครอส ทัวริสโม ใหม่ (The new Taycan Cross Turismo 2021) เข้ามาเสริมทัพให้แก่ยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าคันแรกของแบรนด์ ในเวอร์ชั่นออฟโรด (off-road) นับว่าเป็นการต่อยอดความสำเร็จอย่างงดงาม บนเส้นทางของการพัฒนายนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า ไทคานน์ (Taycan) โดยยังคงรักษาไว้ซึ่งความโดดเด่น จากนวัตกรรมระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า แรงดัน 800 โวลต์ และมีช่วงล่าง ที่ประกอบไปด้วย เทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ all wheel drive และระบบถุงลม ปรับระดับอัตโนมัติ adaptive air suspension รองรับสมรรถนะ การขับขี่รูปเเบบสปอร์ต บนเส้นทาง off-road และ on road

โดยพื้นที่เหนือศีรษะ ภายในห้องโดยสารตอนหลัง ที่เพิ่มขึ้นถึง 47 มิลลิเมตร รวมทั้งพื้นที่ท้ายรถ มีความจุุมากขึ้้นกว่า 1,200 ลิตร มาพร้อมกับฝาท้ายขนาดใหญ่ เพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น ในการบรรจุสัมภาระ นี่คืออรรถประโยชน์ที่่ได้จาก ครอส ทัวริสโม (Cross Turismo) สุดยอดยนตรกรรม สปอร์ตพลังงานไฟฟ้าอเนกประสงค์ ตัวจริง

ภายนอก ของ ไทคานน์ ครอส ทัวริสโม ใหม่ (The new Taycan Cross Turismo) มีความใกล้เคียงอย่างยิ่งกับรถยนต์ต้นแบบ Mission E Cross Turismo concept study โดยรวมของตัวรถ ถูกกำหนดด้วยเส้นโค้ง ของแนวหลังคาที่ลาดยาวจรดท้าย ให้อารมณ์สปอร์ตเต็มตัว ซึ่งเส้นดังกล่าว มีชื่อเรียกจากบรรดานักออกแบบของปอร์เช่ ว่า ‘flyline’

ซึ่งภายนอก ที่บ่งบอกความเป็นออฟโรด (off-road) ประกอบไปด้วย ซุ้มล้อ ชิ้นส่วนด้านล่างของกันชนหน้า และหลัง สเกิร์ตด้านข้างที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่นเดียวกันกับชุดแต่ง ออฟโรด ดีไซน์ แพ็กเกจ (Off-Road Design Package) รวมไปถึงครีบดักอากาศพิเศษ บริเวณมุมกันชนหน้า กันชนหลัง และส่วนท้ายของสเกิร์ตข้าง ทั้ง 2 ฝั่ง

ทั้งหมดนี้้ ช่วยเสริมให้รูปลักษณ์ภายนอกของตัวรถ มีความแข็งแกร่ง รวมถึง มีช่วยส่วนในการป้องกันการกระแทก จากเศษหิน ในขณะขับขี่บนทางฝุ่น

Porsche Taycan Cross Turismo 2021 มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่

Porsche Taycan 4 Cross Turismo ราคา 6,790,000.

กำลังสูงสุด 380 แรงม้า (280 กิโลวัตต์) เมื่อใช้ระบบ overboost power สำหรับ Launch Control กำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นถึง 476 แรงม้า (350 กิโลวัตต์)

อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 5.1 วินาที ความเร็วสูงสุดที่ 220 กม./ชม.

ระยะเดินทางประมาณ 389 – 456 กม.

Porsche Taycan 4S Cross Turismo ราคา 7,790,000.

กำลังสูงสุด 490 แรงม้า (360 กิโลวัตต์) เมื่อใช้ระบบ overboost power สำหรับ Launch Control กำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นถึง 571 แรงม้า (420 กิโลวัตต์)

อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 4.1 วินาที ความเร็วสูงสุดที่ 240 กม./ชม.

ระยะเดินทางประมาณ 388 – 452 กม.

Porsche Taycan Turbo Cross Turismo ราคา 10,190,000.

กำลังสูงสุด 625 แรงม้า (460 กิโลวัตต์) เมื่อใช้ระบบ overboost power สำหรับ Launch Control กำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นถึง 680 แรงม้า (500 กิโลวัตต์)

อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 3.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.

ระยเดินทางประมาณ 395 – 452 กม.


พบกับบทความ และความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ ทั้งในไทย และต่างประเทศได้ที่ www.auto2world.com

Fortuner GR Sport กับการประแต่งตามตามแบบฉบับ Gazoo Racing Team

ในตัวคุณ ที่มาพร้อมกับขุมกำลัง 2.8ลิตร ที่ 204แรงม้า ระบบความบรรเทิง แบบจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว กับการประแต่งตามตามแบบฉบับ Gazoo Racing Team

ภายนอก

  • กระจังหน้าสีดำเงาดีไซน์ใหม่ พร้อมสัญลักษณ์ GR
  • กันชนหน้าพร้อมชุดตกแต่งสีดำเงา
  • มือจับประตูสีเดียวกับตัวรถ
  • สปอยเลอร์หลังดีไซน์ใหม่สไตล์สปอร์ต
  • ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว สีพิเศษเฉพาะรุ่น GR Sport

ภายใน

  • ภายในดีไซน์สปอร์ตโทนสีดำสลับแดง 
  • เบาะหนัง Suede แบบเจาะรู และหนังสังเคราะห์ เดินด้ายสีแดง พร้อมสัญลักษณ์ GR
  • แผงคอนโซลหน้าตกแต่งดด้วยแถบสี Smoke silver พร้อมบุหนังสังเคราะห์สีดำเดินด้ายแดง 
  • ช่องปรับอากาศด้านหน้าตกแต่งด้วยแถบสี Smoke silver และโครเมียม
  • ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา Dual Zone
  • แผงข้างประตู บุหนังสังเคราะห์สีดำ พร้อมตกแต่งด้วยแถบสี Smoke Silver
  • พวงมาลัยหุ้มหนังแบบ Soft Touch แบบเจาะรู พร้อมตกแต่ง Center mark สีแดง และเดินด้ายสีแดง/ สี Smoke silver และสัญลักษณ์ GR 
  • พวงมาลัยแร็คแอนด์พีเนียน พร้อมพาวเวอร์ผ่อนแรงแบบ VFC
  • หัวเกียร์หุ้มหนังพร้อมตกแต่งด้วยแถบสี Smoke silver 
  • ฐานเกียร์ลาย Carbon Fiber พร้อมตกแต่งด้วยแถบสี Smoke silver 
  • กล่องเก็บของหุ้มหนังสังเคราะห์ เดินด้ายตกแต่งสีแดง 
  • แป้นคันเร่งและเบรคแบบสปอร์ต 
  • พรมรองพื้นห้องโดยสารดีไซน์เฉพาะรุ่น GR Sport
  •  กุญแจรีโมท Smart key ดีไซน์พิเศษเฉพาะรุ่น GR Sport และสตาร์ทอัจฉริยะ พร้อมสัญลักษณ์ GR

ระบบความบันเทิง

  • หน้าจอเครื่องเสียง ระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 9 นิ้ว
  • สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย
  • รองรับระบบ Apple CarPlay / Android Auto
  • ระบบเสียง JBL Premium Audio พร้อมพาวเวอร์แอมป์
  • ลำโพง 9 ตำแหน่ง 11 ลำโพง พร้อม Sub Woofer
  • ระบบ T-Connect Telematics
  • Find My Car เช็คตำแหน่งตัวรถผ่าน Application Find My Car หรือ Apple Watch
  • Service Reminder ระบบแจ้งเตือนการบำรุงรักษารถยนต์ เมื่อถึงรอบตามระยะ
  • Service Appointment บริการนัดหมายเข้าศูนย์บริการผ่านระบบออนไลน์
  • My Message แจ้งข่าวสาร ข้อมูลส่วนลด พร้อมสิทธิพิเศษจากโครงการ Toyota Privilege
  • Parking Alert ระบบแจ้งเตือนผ่าน Notification เมื่อรถถูกสตาร์ท หรือ เคลื่อนที่
  • Stolen Vehicle Tracking ระบบตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์ เมื่อถูกโจรกรรม
  • My Toyota Wi-Fi กระจายสัญญาณ เชื่อมต่อความบันเทิงได้พร้อมกันสูงสุด 9 อุปกรณ์
  • OPS (Operation Service) ผู้ช่วยค้นหาเส้นทางตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมบริการจองร้านอาหาร
  • SOS ประสานงานช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง
  • Roadside Service บริการประสานงานไปยังผู้แทนจำหน่ายใกล้เคียง เพื่อขอรับความช่วยเหลือบนท้องถนน
  • Health บริการประสานงานแจ้งเหตุฉุกเฉินด้านการแพทย์ โดยการส่งตำแหน่งที่คุณอยู่ไปยังสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)

ช่วงล่าง

  • ระบบกันสะเทือนหน้า แบบอิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง เหล็กกันโคลง และช็อคแอบซอร์บเบอร์ แบบ Monotube
  • ระบบกันสะเทือนหลัง แบบโฟร์ลิงค์ พร้อมคอยล์สปริง เหล็กกันโคลง และช็อคแอบซอร์บเบอร์ แบบ Monotube
  • ระบบเบรกหน้า -หลัง ดิสก์เบรกแบบมีครีบระบายความร้อน พร้อมคาลิปเปอร์สีแดง และสัญลักษณ์ GR

ความปลอดภัย

  • ระบบเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง Blind Spot Monitor
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอหลัง Rear Cross Traffic Alert

เครื่องยนตร์

เครื่องยนตร์ ดีเซล รหัส 1GD-FTV ขนาด 2.8 ลิตร 2,755 ซีซี. VN-Turbo กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก 92.0 x 103.6 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 15.6 : 1 กำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,800 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อ 4WD

ราคาอย่างเป็นทางการ Fortuner GR Sport

  • 2.8 GR Sport AT 4WD
  • สีดำ Attitude Black Mica 1,879,000 บาท
  • สีแดง Emotional Red | Black Top 1,899,000 บาท
  • สีขาวมุก White Pearl CS | Black Top 1,899,000 บาท

พบกับบทความ และความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ ทั้งในไทย และต่างประเทศได้ที่ www.auto2world.com

Hyundai Staria หรือ H-1 โฉมใหม่มาในคอนเซปต์การออกแบบแห่งโลกอนาคต

All New Hyundai Staria หรือ H-1 โฉมใหม่มาในคอนเซปต์การออกแบบแห่งโลกอนาคต ดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์น่าจดจำ สะท้อนความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เติมเต็มทุกช่วงเวลาสำคัญ ขยายมุมมองให้โปร่งโล่ง ด้วยกระจกบานที่ข้างกว้างกว่าแบบพาโนรามา สัมผัสความบันเทิงจากหลากหลายอุปกรณ์พร้อมเชื่อมต่อได้แบบไร้ขีดจำกัด ด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อกับ Smartphone และสามารถปรับแต่งรูปแบบเมนูได้หลากหลาย ที่นำเข้ามาในไทย 2รุ่นคือ

STARIA 2.2 Diesel S AT 1,729,000 บาท

STARIA 2.2 Diesel SEL AT 1,999,000 บาท

ทีมออกแบบของฮุนไดได้นำขั้นตอนการออกแบบจากภายในสู่ภายนอก หรือ Inside-Out ที่เน้นการใช้งานและการปรับใช้พื้นที่ของห้องโดยสารเป็นหลัก Staria เป็นการนำ 2 คำมารวมกันคือ คำว่า Star หมายถึงดวงดาวและ Ria ที่หมายถึงสาดแสง ชื่อของรถรุ่นนี้จึงสะท้อนแนวคิดและแรงบันดาลใจของการออกแบบ Hyundai สื่อให้เห็นถึงการล่องลอยของยานอวกาศในหมู่ดวงดาว ด้วยงานออกแบบตัวถังภายนอกทรงแคปซูลอวกาศ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแสงที่กำลังส่องสว่างสาดโค้งจากเส้นขอบฟ้าของโลกเมื่อมองลงมาจากอวกาศ ว่ากันไปนั่นเลยทีเดียว

ภายนอก

การออกแบบด้านหน้าโดดเด่นด้วยไฟส่องสว่างเวลากลางวัน แบบแนวนอนขวางบริเวณสองข้างของกระโปรงหน้า เพื่อเข้ากับกระจังหน้าที่กว้างลายตาข่าย ดูแข็งแกร่ง นอกจากนี้ยังเน้นความสวยงามด้วยไฟคู่หน้าทรงลูกบาศก์ และได้ใช้สีภายนอกด้านหน้าเป็นสีเดียวกันทั้งหมด กระจกบานใหญ่รอบคันเพื่อความโปร่ง ถ่ายทอดไปถึงด้านหลังกับกระจกฝาท้ายขนาดใหญ่ ตัดขอบด้วยไฟท้ายแนวตั้ง ติดตั้งไฟแบบ Parametric Pixel กันชนท้ายตั้งอยู่ในระดับต่ำ ช่วยให้ขนสัมภาระเข้า-ออก ได้ง่ายมากขึ้น

ภายใน

การออกภายในห้องโดยสารแบบ beltline ที่ต่ำ กระจกแบบพาโนรามิค ทำให้รู้สึกเปิดกว้างขณะโดยสารอยู่ในรถ เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 12 ทิศทาง บริเวณคอทพิทของผู้ขับ จัดอุปกรณ์ไฮเทค เปลี่ยนมาตรวัดแบบเข็มมาเป็นมาตรวัดแบบจอภาพ TFT ส่วนจอภาพมอนิเตอร์กลาง ติดตั้งหน้าจอสั่งงานด้วยระบบสัมผัส ขนาด 8 นิ้ว บริเวณคอนโซลกลาง ลูกเล่นใหม่ที่น่าใช้งานก็คือ สวิตช์เปลี่ยนเกียร์ระบบไฟฟ้า มาตรวัดความเร็ว รอบเครื่องยนต์ และการแสดงผลข้อมูลการขับขี่ ผ่านจอภาพดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว ติดตั้งบริเวณด้านบนของแผงคอนโซล

เครื่องยนต์

เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.2 ลิตร 2,199 ซีซี. พ่วงเทอร์โบ กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 85.4 x 96.0 มิลลิเมตร พละกำลังสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 431 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 2,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า

ความปลอดภัย

เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง ระบบป้องกันการเปิดประตูสไลด์เมื่อมีรถวิ่งมาจากด้านข้าง หากกำลังจะเปิดประตูสไลด์ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนและล็อกประตูเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง คู่หน้าด้านหน้าผู้โดยสารตอนหน้า และม่านถุงลมนิรภัยแบบยาว ครอบคลุมห้องโดยสารตั้งแต่ตอนหน้า จะถึงที่นั่งแถวสุดท้าย มั่นใจด้วยระบบกล้องมองรอบทิศทางอัจฉริยะ แสดงภาพรอบตัวรถหลากหลายมุมมอง ช่วยลดอุปสรรคจากทุกจุดอับสายตา

สรุปสเปคของ Hyundai Staria

ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อม Paddle Shiftรายละเอียดเครื่องยนต์ Inline-4 DOHC 16V 177แรงม้าขนาดเครื่องยนต์2,199 cc.ประเภทน้ำมันเชื้อเพลิง ดีเซลระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงCommonrail Direct Injectionระบบขับเคลื่อนล้อหน้าระบบพวงมาลัยColumn Type of Motor Driven Power Steeringระบบกันสะเทือนหน้า Macpherson StrutระบบกันสะเทือนหลังMulti-linkความจุถังน้ำมัน75ลิตรระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วจำนวนลำโพง6ตำแน่งเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด11ที่นั่งระบบเบรกABSระบบช่วยเหลือช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC (Hill-start Assist Control)ช่วยหยุดรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุ MCB (Multi Collision Brake)เตือนให้เช็คผู้โดยสารด้านหลัง ROA (Rear Occupant Alert)เตือนอาการเหนื่อยล้า DAW (Driver Attention Warning)เตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ FCA (Forward Collision-Avoidance Assist)ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keeping Assist)ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน LFA (Lane Following Assist)


พบกับบทความ และความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ ทั้งในไทย และต่างประเทศได้ที่ www.auto2world.com

รถยนต์ราคาไม่เกิน 1ล้าน ที่คุ้มค่า ทั้งด้านราคา และประสิทธิภาพ

พบกับ รถยนต์ราคาไม่เกิน 1ล้าน ที่คุ้มค่าคุ้มราคา เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ในสังคมยุคนี้ เพราะการหารถที่ชอบสักคันนั้นไม่ยาก แต่การหารถที่ใช่ ทั้งด้านราคา ความคุ้มค่า และการใช้งานนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

New Mazda CX-3 2021 Collection ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 769,000 – 959,000 บาท

Mazda CX-3 2021 Collection รถอเนกประสงค์เอสยูวีที่เน้นคุณภาพเหนือราคา ดีไซน์สง่างาม เทคโนโลยีเหนือกว่า ออฟชั่นเต็มคัน มาพร้อมเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร 156 แรงม้า ที่ให้กำลังเครื่องยนต์มากที่สุดและประหยัดน้ำมันมากที่สุดถึง 16.4 กิโลเมตรต่อลิตร

กับสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่ารถยนต์ในระดับเดียวกัน และเป็นครั้งแรกของการติดตั้งระบบ Apple CarPlay แบบไร้สาย และระบบ Android Auto เพิ่มความสะดวกสบายในการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน สามารถใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ได้อย่างปลอดภัยแม้ในขณะขับขี่

Mitsubishi Xpander ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 789,000 – 919,000 บาท

มิตซูบิชิ เอ็กแพนเดอร์ ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 1,499 ซีซี. 4 สูบ MIVEC DOHC 16 วาล์ว ส่งกำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที สามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับทุกสถานการณ์ตามสไตล์ของคุณ พร้อมเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก เช่น จอแสดงข้อมูลอเนกประสงค์ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว พร้อมการแสดงผลแบบภาพเคลื่อนไหว 3 มิติ, จอสัมผัสขนาด 6.2 นิ้ว, กุญแจอัจฉริยะแบบ KOS พร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ และช่วยเหลือด้านความปลอดภัยอย่างหลากหลายครบครัน ปรับดีไซน์ใหม่ ภายนอกดูสปอร์ตมากขึ้น และพื้นที่โดยสารด้านในกว้างขวาง

Toyota Corolla Cross ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 959,000 บาท

Toyota Corolla CROSS มาพร้อมสโลแกน “A New Journey…ให้ชีวิตเดินทาง” โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์สุดโฉบเฉี่ยว และแข็งแกร่ง ภายในกว้างขวาง สะดวกสบาย พร้อมเทคโนโลยีและฟังก์ชั่นตอบโจทย์การใช้ชีวิต ด้านขุมพลังขับเคลื่อนมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.8 ลิตร เป็นเครื่องยนต์ 2ZR-FBE 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT-i แบบ 7 สปีด พร้อม Sequential Shift ทั้งนี้ยังรองรับน้ำมัน E85 และเครื่องยนต์ไฮบริดรุ่นล่าสุดเจเนเรชันที่ 4 ขนาด 1.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 98 แรงม้า และแรงบิดสูสุด 142 นิวตันเมตร ทำงานร่วมมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 72 แรงม้า และแรงบิด 163 นิวตันเมตร ผลิตกำลังรวมกันได้ 122 แรงม้า จับคู่เกียร์อัตโนมัติ E-CVT รองรับการเติมน้ำมัน E20 ให้อัตราประหยัดน้ำมันสูงถึง 23.3 กม./ลิตร

All New Nissan Kicks ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 889,000 บาท

Nissan Kicks e-Power รถยนต์คอมแพ็คเอสยูวีรุ่นล่าสุดในตลาด ที่ขับเคลื่อนเหมือนรถยนต์ไฟฟ้า 100% ด้วยขุมพลัง e-Power เทคโนโลยีอี-พาวเวอร์ ของนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ใช้เครื่องยนต์ HR12DE ขนาด 1.2 ลิตร แถวเรียงแบบ DOHC (Double Overhead Camshaft) 12 วาล์ว 3 สูบ รับหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และยังมีส่วนประกอบของระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่สำคัญ ๆ อาทิ เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ EM57 ให้กำลังสูงสุด 129 แรงม้า มีแรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 1.57 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) มีจำนวน 4 โมดูล

เทคโนโลยีนี้มอบการเร่งความเร็วที่ราบรื่น การขับขี่ที่เงียบ และการประหยัดน้ำมันที่มีประสิทธิภาพสูง อุ่นใจกับเทคโนโลยีอัจฉริยะ อย่าง Nissan Intelligent Mobility ที่จะช่วยทำให้คุณมั่นใจกับความปลอดภัยในทุกการขับขี่มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง สะดวกสบาย มาพร้อมกับการออกแบบใหม่ ที่ทันสมัยโฉบเฉี่ยว

กับ รถยนต์ราคาไม่เกิน 1ล้าน ที่ได้นำมาเสนอในวันนี้ เป็นส่วนหนึ่งจากค่ายรถยนต์ชั้นนำในประเทศที่เป็นที่รู้จัก ยังมีอีกหลายรุ่นจากหลายๆค่ายที่จะเข้ามาทำตลานในไทย ทั้งของจีน และยุโรป เช่น Haval H6, ORA Good Cat, Peugeot 2008, Proton X70

พบกับบทความ และความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ ทั้งในไทย และต่างประเทศได้ที่ www.auto2world.com

การดูแลรถยนต์ ให้อยู่ในสภาพดี พร้อมใช้งานเสมอ ไม่ว่าจะเดินทางขึ้นเหนือล่องใต้

หากคุณมีรถยนต์คู่ใจ ที่ไม่ว่าจะเดินทางขึ้นเหนือล่องใต้ เรียกได้ว่าไปไหนไปกัน แต่ไม่ว่าจะใช้รถไปทำอะไรก็ตาม ก็ไม่ควรลืมที่จะดูแลรักษารถยนต์ของเราให้อยู่ในสภาพดี พร้อมใช้งานอยู่เสมอ เพราะการซื้อรถสักคันไม่ใช่เรื่องยาก แต่การดูแลรักษารถให้อยู่คู่กับเรา และรองรับการใช้งานได้ยาวนาน ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน วันนี้จะพาคุณมาดูถึงวิธี การดูแลรถยนต์ ให้อยู่กับเราไปนานๆ

ลมยางแรงดันต้องได้มาตรฐาน

วิธีดูแลยางนั้นสามารถทำได้ง่ายๆ โดยหมั่นเช็ก และเติมลมยางให้สม่ำเสมอ อย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง เติมลมให้พอดีอยู่ในระดับมาตรฐานที่รถต้องใช้ แค่นี้ก็ช่วยป้องกันการสึกหรอของยางได้ดี และเป็นการดูแลรักษารถยนต์ ให้คงสภาพเหมือนใหม่ นอกจากจะช่วยในเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่แล้ว ยังช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกด้วย

ตรวจเช็กของเหลวในเครื่อง

ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่อง, น้ำมันเกียร์, น้ำมันเฟืองท้าย(ถ้ามี), น้ำหล่อเย็น, น้ำมันเบรก นี่คือบรรดาของเหลวซึ่งมีความสำคัญในการทำงานของรถคุณ อย่าปล่อยผ่าน และหมั่นตรวจเช็กตามระยะที่กำหนด พร้อมเช็กรอยหยดรั่วของน้ำ และน้ำมันต่างๆ ใต้ท้องรถ ที่แม้จะมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย แต่ก็ควรตรวจเช็กไว้ก่อน เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต ก็จะช่วยให้คุณใช้รถได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หมดกังวลได้เลย 

กรองอากาศเครื่องยนต์

กรองอากาศ ทำหน้าที่ในการดักจับฝุ่นละออง กรองฝุ่น และสิ่งสกปรกต่างๆ ไม่ให้เข้าไปยังเครื่องยนต์ ที่เมื่อมีการสะสมในระยะยาวจะเกิดการอุดตัน และทำให้กระบอกสูบได้รับอากาศที่น้อยลง ส่งผลให้มีการเผาไหม้ในเครื่องยนต์ที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งจะส่งผลถึงการขับขี่ และการสิ้นเปลื่องน้ำมันที่จะมากขึ้น โดยใส้กรองอากาศควรมีการล้าง และทำความสะอาด หรือเปลี่ยนทุกๆ 20,000 กิโลเมตร หรือถ้าหากคุณอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นเยอะ ควรที่จะเปลี่ยนทุกๆ ระยะ 10,000 กิโลเมตร

ตรวจเช็กแบตเตอรี่เป็นประจำ

ถึงแม้แบตเตอรี่ในรถของคุณจะเป็นแบบ maintenance free หรือไม่จำเป็นต้องดูแลรักษา แต่ก็ควรตรวจสอบสภาพตัวแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอเพื่อยืดอายุการใช้งาน โดยสังเกตว่ามีขี้เกลือขึ้นแบตเตอรี่หรือไม่ หากแบตเตอรี่ไม่สะอาดมีคราบขาวๆ ซึ่งเกิดจากขั้วแบตเตอรี่หลวม ชำรุด น้ำกลั่นล้น หรือเกิดจากการขันตัวล็อกขั้วไม่แน่น รวมทั้งสายไฟเสื่อม ควรทำความสะอาดให้ใหม่อยู่ตลอดเวลาและตรวจดูว่ามีความเสียหายใดๆ หรือไม่

ตรวจเช็กหัวเทียน

อุปกรณ์อีกชิ้นที่ทำหน้าที่ในการช่วยจุดระเบิดในห้องเผาไหม้อย่างหัวเทียน เป็นชิ้นส่วนที่ใช้งานไปก็เสื่อมสภาพปล่อยผ่านไม่ได้ เพราะอาจทำให้เกิดอาการ เครื่องยนต์สะดุด ดับเบา หรือเร่งไม่ค่อยขึ้น มีอาการสั่นๆ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของเครื่องยนต์คุณควรหมั่นตรวจสอบตามระยะ หากพบว่ามีปัญหาอย่ารอช้า ให้ทำการเปลี่ยนโดยทันที

ตรวจเช็กสายพาน

ชิ้นส่วนของสายพานผ่านการใช้งานอาจเสื่อมสภาพ มีรอยแตกร้าว เสี่ยงที่จะขาดซึ่งมีผลทำให้รถไม่สามารถขับขี่ได้ในทันที ดังนั้นหมั่นตรวจสอบสภาพชิ้นส่วนนี้ ด้วยการใช้นิ้วมือกดสายพานเบาๆ ซึ่งสายพานจะต้องไม่เปื่อย ไม่แตกลายงา และควรเปลี่ยนตามอายุการใช้งานของมันด้วย ซึ่งจะมีอายุการใช้งาน 50,000 กิโลเมตร หรือประมาณ 3 ปี

เบรก หรือระบบห้ามล้อ

ไล่ไปตั้งแต่น้ำมันเบรก ผ้าเบรก หรือจานเบรก แต่ละส่วนควรอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน ผ้าเบรกหมดหรือยัง? จานเบรกต้องเจียรหรือเปล่า? และน้ำมันเบรกมีรั่วมีซึม หรือเก่าไปควรเปลี่ยนถ่ายหรือไม่ ทุกจุดล้วนมีผลต้องการขับขี่ที่ส่งผลต่อชีวิตคุณได้ในเสี้ยววินาที โดยเฉพาะผู้ที่

กระจก และที่ปัดน้ำฝน

ตอนที่ขับรถขณะฝนตก คุณจะเห็นประโยชน์ของใบปัดน้ำฝน ที่ช่วยให้ทัศนวิสัยการขับขี่ของคุณดีขึ้น เมื่อเทียบกับใบปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพ ที่ปัดยังไงก็ไม่สะอาด ส่วนนี้ถ้าเก่าก็ควรเปลี่ยน รวมไปถึงกระจกต่างๆรอบคัน ไม่ว่าจะกระจกหน้า ต้องหมั่นเช็กให้ใสอยู่เสมอ และถ้ามีรอยร้าวจากสะเก็ดหิน ก็ควรรีบซ่อมก่อนลามเป็นแผลใหญ่ ซึ่งอันตรายมากในการใช้งาน หรือกระจกหลัง ที่ควรสะอาด และใสอยู่เสมอ เพื่อสอดส่งรถที่อาจะแซ่งมาจากด้านข้าง หรือการถอยหลัง เพื่อจอดรถ

เปลี่ยนกรองแอร์อย่างสม่ำเสมอ

การดูแลรถ หลายคนมักจะสงสัยว่า ทำไมถึงควรเปลี่ยน กรองอากาศเครื่องปรับอากาศ หรือที่เรียกกันว่า “กรองแอร์” ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่าท่ามกลางสภาพอากาศในปัจจุบัน ที่มากไปด้วยฝุ่นละออง และมลภาวะทางอากาศ ที่กรองแอร์จะเข้ามาช่วยให้ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารได้รับคุณภาพอากาศภายในรถที่ดี อากาศสะอาด และเป็นมิตรต่อสุขภาพ โดยแนะนำให้มีการเปลี่ยนเป็นประจำในตอนที่คุณพารถยนต์ไปถ่ายน้ำมันเครื่องทุกครั้ง

จอดรถในร่ม

พยายามหาที่จอดรถในร่ม เพื่อรักษาสีของตัวรถ และปกป้องห้องโดยสารจากแสงแดด ที่แผดเผาของบ้านเรา ถ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ อาจใช้แผงกันแดดปิดบังคอนโซลไว้ เพื่อป้องกันความเสียหายของวัสดุพลาสติกและสี

ล้างรถเป็นประจำ

การล้างรถช่วยให้ตัวรถดูสะอาดน่าใช้ พร้อมกับชำระล้างสิ่งสกปรกที่อาจมีฤทธิ์กัดกร่อน และฝังอยู่ในร่องหลืบ ที่เรามองไม่เห็น ควรทำความสะอาดภายในห้องโดยสารให้สะอาดเอี่ยมด้วยเช่นกัน พรมปูพื้นควรนำออกมาล้าง และตากแดดเป็นครั้งคราว เพื่อไม่ให้เกิดสิ่งหมักหมม และเป็นอันตรายต่อทางเดินหายใจ

เคลือบสีรถยนต์

เป็นอีกวิธีที่ใช้ ในการดูแลรถยนต์คู่ใจให้เหมือนใหม่ โดยการแว็กซ์สีรถยนต์ หรือเคลือบสีรถยนต์ อย่างน้อยปีละ 2ครั้ง เพราะจะช่วยให้รถเงางาม สะอาด เหมือนถอยป้ายแดงออกมาใหม่ก็ว่าได้ รวมถึงยังทำให้สีรถไม่หม่นหมอง และยังช่วยป้องกันรอยขีดข่วนอีกด้วย

จากขั้นตอน การดูแลรถยนต์ ต่างๆ ที่ได้แนะนำไปเป็นเพียง การดูแลรักษาเบื้องต้นที่จะทำให้ รถสุดที่รักของเรา จะอยู่คู่กับเรา ไปอีกยาวนาน แม้เราจะเดินทางใกล้ หรือไกล เราก็จะมั่นใจไปได้ตลอดทาง กับรถของเรา


พบกับบทความ และความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ ทั้งในไทย และต่างประเทศได้ที่ www.auto2world.com

รถยนต์ราคาไม่เกิน 5แสนบาท ที่ตอบสองการใช้งานของเราได้ ตามความต้องการ

รถยนต์ราคาไม่เกิน 5แสน ในท้องตลาดปัจจุบัน แม้คุณสมบัติต่างๆ ของรถนั้นอาจจะไม่ได้มากมาย และย่อยมีส่วนในการตัดสินใจ ในการเลือกซื้อ แต่ราคารถยนต์ก็เป็นอีกปัจจัยเช่นกัน ที่จะมีส่วนใจการตัดสินใจ ถึงแม้จะเป็นรถยนต์ราคาไม่เกิน 5แสนบาท แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า คุณภาพจะด้อยเสมอไป ขอเพียงแค่ตอบสองการใช้งานของเราได้ ตามความต้องการ แต่จะมีรุ่นไหน ค่ายไหนกันบ้าง ไปชมกันได้เลย

1-Nissan March ราคาเริ่มต้น 420,000 บาท

ถือได้ว่าเป็นรถ “Eco-Car” รุ่นแรกของไทยที่ผลิตขายอย่างเป็นทางการในปี 2553 โดยนิสสัน มาร์ช ใหม่ ทุกรุ่นมีถุงลม SRS คู่หน้าเป็นมาตรฐาน ปรับปรุงวัสดุเบาะให้ดูดีขึ้น เครื่องยนต์ขนาด 1.2ลิตร แบบ 3สูบ รหัส HR12DE ให้แรงม้าสูงสุด 79แรงม้า แรงบิดสุงสุด 106 นิวตันเมตร ระบบเกียร์ธรรมดา 5จังหวะ ให้ความนุ่มนวลตอบสนองทุกการขับ และประหยัดน้ำมัน เพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้าติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในนิสสัน มาร์ช ทุกรุ่น

2-Mitsubishi Mirage ราคาเริ่มต้น 474,000 บาท

มิตซูบิชิ มิราจใหม่ ตัวรถที่ขนาดเล็กน่ารัก ด้วยดีไซน์สปอร์ตรอบคัน ยิ่งในโฉมไมเนอร์เชนจ์ ที่ปรับโฉมใหญ่ทั้งภายนอกและภายใน มาพร้อมกับออพชั่นใหม่ และอุปกรณ์ความปลอดภัยอีกเพียบ เช่นฝากระโปรงหน้าดีไซน์ใหม่ กระจังหน้าตกแต่งด้วยเส้นสีแดง กับกันชนหน้าใหม่ ไฟหน้าแบบฮาโลเจน และไฟท้ายแบบLED พร้อมล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 15นิ้ว สะดุดตามากขึ้นด้วย สีเหลือง Sand Yellow ขุมพลังเครื่องยนต์ขนาด 1.2ลิตร DOHC พร้อมระบบวาล์วแปรผัน MIVEC ที่ให้ความประหยัดและประสิทธิภาพสูงสุด

3-Mitsubishi Attrage ราคาเริ่มต้น 494,000 บาท

หากคุณไม่ชอบรถแฮตช์แบ็ก 5ประตู ทางค่ายมิตซูบิชิก็มีตัวเลือกให้ครับ โดย Mitsubishi Attrage มันเป็นพี่น้องกับ Mirage คือใช้พื้นฐานเดียวกันทั้งหมดแต่รุ่นนี้เป็นรถเก๋ง 4ประตู ขนาดเล็ก ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ ใช้ขุมพลังจากเครื่องยนต์เดียวกันคือเครื่องยนต์เบนซิน 3สูบ 1.2ลิตร DOHC 12วาล์ว พร้อมวาล์วแปรผันด้านไอดี MIVEC มอลกำลังสูงสุด 78แรงม้า

ทำให้มันมีอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยมตอบสนองฉับไว ในขณะเดียวกันก็มีความนุ่มนวลด้วย ซึ่งถึงแม้ขนาดรถจะค่อนข้างเล็ก แต่ก็แลกกับความคล่องตัวในการขับขี่ ในส่วนอุปกรณ์ภายในห้องโดยสาร และระบบความปลอดภัยพื้นฐานต่างๆ Mitsubishi ก็ใส่มาไม่ต่างไปจาก Mirage เลยครับ ฉะนั้นมันขึ้นอยู่กับว่า คุณชอบแบบไหนมากกว่ากันระหว่าง เก๋ง 4ประตู หรือแฮตช์แบ็ก 5ประตู

4-Honda Brio ราคาเริ่มต้น 495,000 บาท

จากค่ายรถยนต์ยอดนิยม ซึ่งเป็นแบรนด์ตลาดในบ้านเรา อย่าง Honda ครับ ซึ่งในรุ่น Honda Brio เป็นรถยนต์แฮตช์แบ็ก ขนาดเล็ก 5 ประตู ซึ่งมาพร้อมความโดดเด่นในเรื่องของดีไซน์ เน้นความเล็ก กระทัดรัด ความคล่องตัวในเมือง ส่วนสมรรถนะใช้ขุมพลังจาก เครื่องยนต์ 1.2ลิตร 4สูบ 16วาล์ว i-VTC ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ซึ่งให้พละกำลัง 90แรงม้า และทำอัตราการประหยัดน้ำมัน 15กิโลเมตรต่อลิตร

ในส่วนห้องโดยสารก็มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ส่วนความปลอดภัยพื้นฐานก็มีมาให้ครบครับ สำหรับเครื่องยนต์ i-VTC ถือว่าตอบโจทย์การใช้งานในเมืองได้เป็นอย่างดีด้วยมิติของตัวรถที่ค่อนข้างเล็ก มันจึงมีอัตราเร่งที่เพียงพอ ช่วยให้มันมีความคล่องตัวมากขึ้น

5-Nissan Almera ราคาเริ่มต้น 499,000 บาท

นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ ออกแบบอย่างประณีต มีองค์ประกอบที่โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เช่นกระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้า-ไฟท้ายทรงบูมเมอแรง แนวเสาหลังคาหลังที่ถูกยกขึ้น (Kick-Up C-pillars) และหลังคาแบบลอยตัว (Floating Roof) และภายในออกแบบใหม่หมด ให้กว้างขวางมากและนั่งสบาย

โดยเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยมากขึ้น ติดตั้งเครื่องยนต์ 1.0ลิตร เทอร์โบรหัส HRA0 ของ นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ ให้กำลังสูงสุด 100พีเอส ที่ 5,000รอบต่อนาที และแรงบิด 152นิวตันเมตร ที่ 2,400-4,000รอบต่อนาที อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงสุด 23.3กม. ต่อลิตร

กับ รถยนต์ราคาไม่เกิน 5แสนบาท ที่นำเสนอมานี้เป็นเพียงตัวอย่าง ของรถอีกหลายๆรุ่น ที่มีจำหน่ายอยู่ในตลาด


พบกับบทความ และความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ ทั้งในไทย และต่างประเทศได้ที่ www.auto2world.com

รถยนต์ราคาถูก 2021 กับราคาค่าตัว ไม่แพง ผ่อนเบาๆ แบบสบายกระเป๋า

รถยนต์ราคาถูก 2021 รุ่นรถยนต์ในท้องตลาดปัจจุบัน ที่มีราคาค่าตัวถูก โดยสามารถผ่อนเบาๆ แบบสบายกระเป๋า โดยคุณสมบัติต่างๆ ของรถนั้น ย่อมมีผลต่อการตัดสินใจ และราคารถยนต์ก็เช่นกัน ถึงแม้ว่า จะเป็นรถยนต์ที่มีราคาถูก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า คุณภาพจะด้อยเสมอไป ขอเพียงแค่ตอบสองการใช้งานของเราได้ ตามความต้องการ แต่จะมีรุ่นไหน ค่ายไหนกันบ้าง ไปชมกันได้เลย

1-Suzuki Celerio ราคาเริ่มต้น 328,000 บาท

Suzuki Celerio มั่นใจได้ในสมรรถนะ แรงเต็มพลังด้วยเครื่องยนต์ K10B 12 วาล์ว ขนาด1.0ลิตร ขนาดคอมแพ็คที่ออกแบบมาเป็นพิเศษให้กำลัง และความสามารถเกินตัว ปราดเปียวคล่องตัวสูง มีสมรรถนะการขับที่ดีเช่นเดียวกับ Suzuki Swift ในขณะที่มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำ ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ดี มากกว่า 20กม./ลิตร ได้รับการรับรองด้านการประหยัดพลังงาน และ

การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อ้างอิงตามมาตรฐาน ทางเทคนิค UN R101

2-Suzuki Swift ราคาเริ่มต้น 499,000 บาท

ขยับไซซ์ขึ้นมาอีกนิดกับ Suzuki Swift ที่เพิ่มลุคความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มในส่วนของพื้นที่ใช้สอย และสีสันของตัวถังที่สดใสและมีให้เลือกมากขึ้นถึง 6 เฉดสีด้วยกัน โดยรุ่นเดียวที่อยู่ในงบไม่เกิน 5 แสนบาทนั้นได้แก่ Suzuki Swift GA 

3-Nissan March ราคาเริ่มต้น 420,000 บาท

ถือได้ว่าเป็นรถ “Eco-Car” รุ่นแรกของไทยที่ผลิตขายอย่างเป็นทางการในปี 2553 โดยนิสสัน มาร์ช ใหม่ ทุกรุ่นมีถุงลม SRS คู่หน้าเป็นมาตรฐาน ปรับปรุงวัสดุเบาะให้ดูดีขึ้น เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร แบบ 3 สูบ รหัส HR12DE ให้แรงม้าสูงสุด 79 แรงม้า แรงบิดสุงสุด 106 นิวตันเมตร ระบบเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ให้ความนุ่มนวลตอบสนองทุกการขับ และประหยัดน้ำมัน เพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้าติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในนิสสัน มาร์ช ทุกรุ่น

4-Mitsubishi Attrage ราคาเริ่มต้น 494,000 บาท

โฉม Minorchange แต่งหน้าทาปากให้ดูสปอร์ตขึ้น ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Mirage แต่ออกแบบเป็นรถ4ประตู ตัวรถภายในกว้างขวาง มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.3กม./ลิตร ขับง่าย คล่องตัว ออพชั่นเพียบ เหมาะสำหรับใครที่กำลังมองหารถคันแรก เน้นความประหยัดคุ้มค่า

5-Honda Brio ราคาเริ่มต้น 495,000 บาท

ฮอนด้า บริโอ้ ซิตี้คาร์สุดคล่องตัว ติดตั้งเครื่องยนต์ SOHC i-VTEC ขนาด 1.2 ลิตร 4สูบ 16วาล์ว 90แรงม้า และระบบเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ที่มาพร้อมตัวถังแบบ 5 ประตูไซซ์กะทัดรัด ให้ความคล่องตัว พร้อมให้อัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีเยี่ยม และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานมลพิษระดับ EURO4 ทั้งยังครบครันด้วยมาตรฐานความปลอดภัยในทุกรุ่น

6-Nissan Almera ราคาเริ่มต้น 499,000 บาท

นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ ออกแบบอย่างประณีต มีองค์ประกอบที่โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เช่น กระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้า-ไฟท้าย ทรงบูมเมอแรง แนวเสาหลังคาหลังที่ถูกยกขึ้น (Kick-Up C-pillars) และหลังคาแบบลอยตัว (Floating Roof) และภายในออกแบบใหม่หมด กว้างขวางมาก นั่งสบาย โดยเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยมากขึ้น ติดตั้งเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร เทอร์โบรหัส HRA0 ของ นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ ให้กำลังสูงสุด 100 พีเอส ที่ 5,000 รอบต่อนาที และแรงบิด 152 นิวตันเมตร ที่ 2,400-4,000 รอบต่อนาที อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงสุด 23.3กม. ต่อลิตร

กับ รถยนต์ราคาถูก 2021 ที่นำเสนอมานี้เป็นเพียงตัวอย่าง ของรถอีกหลายๆรุ่น ที่มีจำหน่ายอยู่ในตลาด


พบกับบทความ และความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ ทั้งในไทย และต่างประเทศได้ที่ www.auto2world.com

รถยนต์ราคาถูก 2021 กับราคาค่าตัว ไม่แพง ผ่อนเบาๆ แบบสบายกระเป๋า

รถยนต์ราคาถูก 2021 รุ่นรถยนต์ในท้องตลาดปัจจุบัน ที่มีราคาค่าตัวถูก โดยสามารถผ่อนเบาๆ แบบสบายกระเป๋า โดยคุณสมบัติต่างๆ ของรถนั้น ย่อมมีผลต่อการตัดสินใจ และราคารถยนต์ก็เช่นกัน ถึงแม้ว่า จะเป็นรถยนต์ที่มีราคาถูก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า คุณภาพจะด้อยเสมอไป ขอเพียงแค่ตอบสองการใช้งานของเราได้ ตามความต้องการ แต่จะมีรุ่นไหน ค่ายไหนกันบ้าง ไปชมกันได้เลย

1-Suzuki Celerio ราคาเริ่มต้น 328,000 บาท

Suzuki Celerio มั่นใจได้ในสมรรถนะ แรงเต็มพลังด้วยเครื่องยนต์ K10B 12 วาล์ว ขนาด1.0ลิตร ขนาดคอมแพ็คที่ออกแบบมาเป็นพิเศษให้กำลัง และความสามารถเกินตัว ปราดเปียวคล่องตัวสูง มีสมรรถนะการขับที่ดีเช่นเดียวกับ Suzuki Swift ในขณะที่มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำ ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ดี มากกว่า 20กม./ลิตร ได้รับการรับรองด้านการประหยัดพลังงาน และ

การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อ้างอิงตามมาตรฐาน ทางเทคนิค UN R101

2-Suzuki Swift ราคาเริ่มต้น 499,000 บาท

ขยับไซซ์ขึ้นมาอีกนิดกับ Suzuki Swift ที่เพิ่มลุคความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มในส่วนของพื้นที่ใช้สอย และสีสันของตัวถังที่สดใสและมีให้เลือกมากขึ้นถึง 6 เฉดสีด้วยกัน โดยรุ่นเดียวที่อยู่ในงบไม่เกิน 5 แสนบาทนั้นได้แก่ Suzuki Swift GA 

3-Nissan March ราคาเริ่มต้น 420,000 บาท

ถือได้ว่าเป็นรถ “Eco-Car” รุ่นแรกของไทยที่ผลิตขายอย่างเป็นทางการในปี 2553 โดยนิสสัน มาร์ช ใหม่ ทุกรุ่นมีถุงลม SRS คู่หน้าเป็นมาตรฐาน ปรับปรุงวัสดุเบาะให้ดูดีขึ้น เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร แบบ 3 สูบ รหัส HR12DE ให้แรงม้าสูงสุด 79 แรงม้า แรงบิดสุงสุด 106 นิวตันเมตร ระบบเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ให้ความนุ่มนวลตอบสนองทุกการขับ และประหยัดน้ำมัน เพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้าติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในนิสสัน มาร์ช ทุกรุ่น

4-Mitsubishi Attrage ราคาเริ่มต้น 494,000 บาท

โฉม Minorchange แต่งหน้าทาปากให้ดูสปอร์ตขึ้น ใช้พื้นฐานเดียวกันกับ Mirage แต่ออกแบบเป็นรถ4ประตู ตัวรถภายในกว้างขวาง มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร 78 แรงม้า ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.3กม./ลิตร ขับง่าย คล่องตัว ออพชั่นเพียบ เหมาะสำหรับใครที่กำลังมองหารถคันแรก เน้นความประหยัดคุ้มค่า

5-Honda Brio ราคาเริ่มต้น 495,000 บาท

ฮอนด้า บริโอ้ ซิตี้คาร์สุดคล่องตัว ติดตั้งเครื่องยนต์ SOHC i-VTEC ขนาด 1.2 ลิตร 4สูบ 16วาล์ว 90แรงม้า และระบบเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ที่มาพร้อมตัวถังแบบ 5 ประตูไซซ์กะทัดรัด ให้ความคล่องตัว พร้อมให้อัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีเยี่ยม และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานมลพิษระดับ EURO4 ทั้งยังครบครันด้วยมาตรฐานความปลอดภัยในทุกรุ่น

6-Nissan Almera ราคาเริ่มต้น 499,000 บาท

นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ ออกแบบอย่างประณีต มีองค์ประกอบที่โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เช่น กระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้า-ไฟท้าย ทรงบูมเมอแรง แนวเสาหลังคาหลังที่ถูกยกขึ้น (Kick-Up C-pillars) และหลังคาแบบลอยตัว (Floating Roof) และภายในออกแบบใหม่หมด กว้างขวางมาก นั่งสบาย โดยเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยมากขึ้น ติดตั้งเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร เทอร์โบรหัส HRA0 ของ นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ ให้กำลังสูงสุด 100 พีเอส ที่ 5,000 รอบต่อนาที และแรงบิด 152 นิวตันเมตร ที่ 2,400-4,000 รอบต่อนาที อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงสุด 23.3กม. ต่อลิตร

กับ รถยนต์ราคาถูก 2021 ที่นำเสนอมานี้เป็นเพียงตัวอย่าง ของรถอีกหลายๆรุ่น ที่มีจำหน่ายอยู่ในตลาด


พบกับบทความ และความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ ทั้งในไทย และต่างประเทศได้ที่ www.auto2world.com

รถยนต์ไฟฟ้าที่ดีที่สุด ปี2021 ที่ใช้พลังงานจากชุดแบตเตอรี่ และมอเตอร์ไฟฟ้า

รถยนต์ไฟฟ้าที่ดีที่สุด ปี2021 คือ… รถยนต์ไฟฟ้า ที่ใช้พลังงานจากชุดแบตเตอรี่ และมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีการตกแต่งภายในที่สะดวกสบาย และอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ พร้อมลัมผัสที่หรูหรา กับรถยนต์ไฟฟ้านั้นขับได้อย่างสนุก เพราะการเร่งความเร็วในทันที และรถยนต์ไฟฟ้านั้น ก็มีช่วงที่เหมาะสมเช่นกัน

1.Tesla Model 3

เต็มไปด้วยชุดอุปกรณ์ที่ล้ำยุค และการตกแต่งภายในที่เรียบง่าย กับหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 15 นิ้ว กับระยะทางที่ทำได้ 360 ไมล์ ( 579.3 กม. ) ใน Tesla Model 3 ได้ออกแถลงการณ์อย่างแน่ชัดว่า จะขับสนุก และราคาถูกด้วย

2.Porsche Taycan ไม่ได้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า ที่ดูดีที่สุดเท่านั้น แต่ยังเป็นรถยนต์ที่ดีที่สุดในการขับขี่ ด้วยเทคโนโลยีรถสปอร์ตทั้งหมดนั้นทำให้มันมีราคาแพง แต่ในฐานะรถสปอร์ต ที่ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ที่หรูหรา และรวดเร็ว ก็ยากที่จะเอาชนะได้ กับระยะทางที่ทำได้ถึง 288 ไมล์ ( 463.49 กม. )

3.Audi e-tron GT

ใช้ชิ้นส่วนทั้งหมดร่วมกับ Porsche Taycan แต่เป็นแบบการท่องเที่ยวทางไกลที่รวดเร็ว และสะดวกสบาย มากกว่ารถสปอร์ตไฟฟ้าโดยทั่วไป มันดูยอดเยี่ยม และมีห้องโดยสารที่หรูหรา กับระยะทาง 283 ไมล์ ( 455.4 กม. ) – แต่ทั้งหมดนั้นแลกมากับราคา 

4.Kia e-Niro

ด้วย Kia e-Niro คุณจะได้รถยนต์ไฟฟ้าที่มีสไตล์ และมีอุปกรณ์ครบครัน ซึ่งมีการขับขี่ที่ดี ด้วยระยะทาง 280 ไมล์ ( 450.6 กม. ) ที่น่าประทับใจ และความอุ่นใจ ด้วยการรับประกัน 7 ปีของ Kia

5.Peugeot e-208

ภายในรถ Peugeot e-208 ดูสวยงาม และน่าขับมาก กับระยะทางที่ – 211 ไมล์ ( 339.5 กม. )ที่แน่นอน – และที่ชาร์จแบบติดผนังที่บ้านฟรี อย่างไรก็ตามที่นั่งด้านหลังค่อนข้างแคบ

6.Volkswagen ID 3

Volkswagen ID.3 แม้จะไม่ได้รับรางวัลใดๆ จากการขับขี่ที่สนุกสนาน แต่ภายในที่กว้างขวาง กับระยะการใช้งานที่ 336 ไมล์ ( 540.7 กม. ) และราคาที่ไม่แพง ทำให้ได้คะแนนตรงส่วนนี้ พื้นที่เก็บสำภาระก็ดีมากเช่นกัน แต่ภายในกลับรู้สึกไม่หรูหราเท่าไร

7.Ford Mustang Mach-E

หากคุณเหล่มอง คุณอาจเห็นความคล้ายคลึงกันระหว่าง Mustang Mach-E ใหม่ของ Ford กับรถมัสเซิลคลาสสิก เป็นรถเอสยูวีไฟฟ้าที่ขับสนุก ใช้งานได้จริง และมีระยะทางสูงสุด 379 ไมล์ ( 609.9 กม. ) กับระบบความบันเทิงขนาดใหญ่นั้นดีมาก แต่ความสะดวกสบายในการขับขี่นั้น ไม่ใช้จุดเข็งของมัน กับมันAudi e-tron

8. Audi e-tron

หากคุณกำลังตามหา SUV ไฟฟ้าที่มีความเร็วรอบที่น่าประทับใจ และเป็นหนึ่งในการตกแต่งภายใน ที่หรูหราที่สุดของรถยนต์ไฟฟ้า Audi e-tron คือคำตอบสำหรับคุณ ผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีจะต้องประทับใจ กับระบบความบันเทิงที่น่าประทับใจ และกล้องด้านหลังที่เป็นอุปกรณ์เสริม ซึ่งมาแทนที่กระจกมองข้างแบบเดิม กับระยะทาง 250 ไมล์ ( 402.3 กม. )

9.Jaguar I-Pace

Jaguar I-Pace เป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าที่ขับสนุกที่สุด แต่มันไม่ได้เกี่ยวกับแค่การขับเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับห้องโดยสารที่หรูหรา และไฮเทคด้วย กับหนังจำนวนมาก ขอบอะลูมิเนียมขัดเงา และจอแสดงผลดิจิตอลถึงสามจอ กับระยะทาง 298 ไมล์ ( 479.5 กม. )

10.Mercedes EQC

ทั้งหรูหรา และมีสไตล์ ด้วยการตกแต่งภายในที่กว้างขวาง และคุณสมบัติไฮเทคมากมาย Mercedes EQC เป็นรถยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ที่มีระยะทางสูงสุด 255 ไมล์ ( 410.3 กม. )

พบ รถยนต์ไฟฟ้าที่ดีที่สุด ของแต่ละปี ที่ได้รับการจัดอันดับ จากความหรูหรา สวยงาม ขับสนุก ความสะดวกสบาย ความทันสมัย และระยะการขับขี่ที่ดี ไปกับรับ www.auto2world.com

พบกับบทความ และความรู้เกี่ยวกับรถยนตร์ ทั้งในไทย และต่างประเทศได้ที่ www.auto2world.com